Kura Sushi ซูชิสายพานที่คุ้ม สด และสนุก
Kura Sushi ญี่ปุ่น: ซูชิสายพานที่คุ้มค่า สดใหม่ และสนุกสนาน
เย็นวันหนึ่ง โม่ชวนตัวเองออกไปฝากท้องที่ Kura Sushi ซูชิสายพานชื่อดังของญี่ปุ่น ที่หลายคนบอกว่า “ต้องลองให้ได้สักครั้ง”
เวลาที่ไปถึงร้านคือประมาณ 18:30 น. แอบคิดในใจว่าคนจะเยอะไหม แต่ปรากฏว่า โล่งมาก เดินเข้าไปได้เลยแบบไม่ต้องรอคิว
สิ่งที่คุณจะได้พบในโพสต์นี้
- 🍣 บรรยากาศร้าน Kura Sushi สาขาญี่ปุ่นจริง
- 📱 ระบบกดคิว + สั่งอาหาร ที่ใช้ง่ายมาก
- 🐟 รีวิวซูชิทีละคำ ว่าตัวไหนปัง ตัวไหนเฉย
- 🍤 เมนูทอด & เมนูแปลก ที่ไม่ค่อยเห็นในไทย
- 🍰 โซนของหวาน ที่เยอะกว่าที่คิด
- 💰 สรุปราคา กิน 19 จาน จ่ายเท่าไหร่
- ⚖️ เปรียบเทียบความรู้สึก กับ Sushi-ro แบบตรงไปตรงมา
Kura Sushi คืออะไร? ทำไมคนญี่ปุ่นถึงนิยม
ถ้าใครยังไม่คุ้นเคย ร้านซูชิสายพานใหญ่ ๆ ในญี่ปุ่นจะมีหลัก ๆ ประมาณ 4 เชน คือ
- Kura Sushi
- Sushi-ro
- Hama Sushi
- Kappa Sushi
โม่เคยลองมาหลายร้าน แต่ถ้าให้เลือก “ความประทับใจรวม” Kura Sushi คือร้านที่โม่ชอบที่สุด ทั้งเรื่องความสด ความหลากหลาย และระบบในร้านที่ใช้งานง่ายมาก
ระบบกดคิว – เข้าร้าน ง่ายแบบไม่ต้องคิด
หน้าร้านจะมีเครื่องกดคิวอัตโนมัติ แต่วันที่ไป ไม่มีคิวเลย กดปุ๊บ เดินเข้าร้านได้ทันที
ด้านในมี
- ห้องรอคิวกว้าง
- หน้าจอบอกสถานะคิวชัดเจน
พนักงานแทบไม่ต้องเดินวุ่น เพราะระบบจัดการดีมาก
ระบบสั่งอาหาร: เข้าใจง่าย ไม่ต้องอ่านภาษาญี่ปุ่น
พอได้นั่งโต๊ะ จะเลือกสั่งได้ 2 แบบ
- สั่งผ่านแท็บเล็ตที่โต๊ะ
- สแกนสั่งผ่านมือถือ
เมนูทำดีมาก มีรูปชัด ดูปุ๊บรู้เลยว่าเป็นอะไร แถมยังมีระบบกรองตามราคา เริ่มตั้งแต่ 150 เยน / 300 / 400 / 600 เยน ใครอยากประหยัดหรืออยากจัดหนัก เลือกได้ตามงบเลย
รีวิวซูชิแต่ละคำ
เริ่มชิมคำแรก: ทูน่า ตัวเปิดเกม
ทูน่าจานแรกที่มา ลายสวย วาวมาก เนื้อหนากว่าที่คิด โม่มีทริคเล็ก ๆ เวลากินซูชิคือ แตะซอสที่ปลา ไม่ใช่ข้าว ทำให้ปลายังสวย และรสชาติบาลานซ์กว่า
รู้สึกว่า สด หวานธรรมชาติ ราคาเฉลี่ยตกคำละประมาณ 15 บาท บอกเลยว่าคุ้มมาก
ทูน่าหมักซอส & ทูน่าสับ
ตัวนี้คือดี นอกจากความหวานของเนื้อปลาแล้ว ซอสที่หมักมามีความเค็มนิด ๆ ตัดกันพอดี
ส่วน ทูน่าสับ โปะมาพูน ๆ โรยหัวหอม เสิร์ฟกับสาหร่าย กลิ่นหอมมาก กินแล้วรู้สึกสดจริง
ซูชิปู: กลิ่นคือพระเอก
คำนี้โม่ประทับใจมาก กลิ่นปูคือฟุ้งเต็มปาก ให้ฟีลคล้ายอาหารปูแบบทางเหนือบ้านเรา หอม อบอวล และชัดเจนมาก
เทมปุระซูชิ: ใหญ่จริง ไม่ได้มาเล่น ๆ
เห็นหน้าตาอาจคิดว่าแค่แตงกวา แต่พอแหวกดูคือ กุ้งตัวใหญ่จริง แป้งหนา ข้าวหนา กุ้งก็ให้มาเต็ม กินคำเดียวคืออิ่ม แต่ถามว่าอร่อยไหม? อร่อยค่ะ
เมนูที่ไม่ผ่าน: แซลมอน & กุ้งดิบ
ต้องพูดตรง ๆ แซลมอน วันที่โม่ไป เนื้อค่อนข้างแห้ง บาง ไม่ฉ่ำ ลองแล้วไม่ผ่าน
กุ้งดิบ ตัวใหญ่ก็จริง แต่ความสดยังไม่ถึงใจ ถ้าเทียบกับร้านอื่น โม่ยังให้ร้านคู่แข่งชนะ
ตัวที่อยากให้ลอง: Yellow Tail & ปลาเนื้อขาว
- Yellow Tail คือเซอร์ไพรส์ สดมาก สีสวย และรสชาติดีกว่าแซลมอนเยอะ ถ้าไป Kura Sushi อย่าข้ามตัวนี้
- ปลาเนื้อขาวอีกชนิด พอวางใบหอมด้านล่าง กลิ่นคือเข้ากันมาก สด เด้ง และกินง่าย
หอย & ปลาหมึก: สายเนื้อเด้งต้องเลิฟ
- หอยสีส้ม: หวาน กรอบ เด้ง
- หอยอีกชนิด: นุ่มกว่า แต่ยังสด
- ปลาหมึก: ชิ้นหนา ยาว เคี้ยวกรุบ สดจริง
เมนูของกินเล่น: ชีสทอด & ปากปลาหมึก
- ชีสทอด คือของโปรดสายชีส ใช้เชดด้าชีส ราดซอสหวาน เค็ม–มัน–หวาน ครบ จบในคำเดียว
- ปากปลาหมึกทอด เนื้อไม่แข็งเหมือนที่เคยกินในไทย อร่อยแบบคนละสไตล์ แต่ผ่าน
โซนของหวาน: เยอะกว่าที่คิด
ของหวานที่นี่มีตั้งแต่
- ไอศกรีมหลายรส
- พุดดิ้ง
- ชีสเค้ก
- ขนมสไตล์ญี่ปุ่นพื้นบ้าน
โม่ลอง ชีสเค้ก + ซอส ตัวชีสเค้กเฉย ๆ แต่ซอสเปรี้ยวมาก สรุปคือ ไม่ว้าว แต่ก็ไม่แย่
ระบบจาน & การจ่ายเงิน
กินเสร็จแล้ว เอาจาน หย่อนลงช่องอัตโนมัติ เครื่องจะนับให้เอง ไม่ต้องเรียกพนักงาน
ข้อควรจำคือ
- ❌ ห้ามใส่เศษอาหารลงไป
ถ้ากินไม่หมด ให้เรียกพนักงานมาเก็บ
สรุปราคา & ความคุ้มค่า
กินทั้งหมด 19 จาน จ่ายประมาณ 600 บาท
เมื่อเทียบกับคุณภาพ ความสด และความสนุก โม่รู้สึกว่า คุ้มมาก
เปรียบเทียบกับ Sushi-ro
ทูน่า Sushi-ro อาจชนะนิดหน่อย แต่ Kura Sushi ของหวานเยอะกว่า และระบบสนุกกว่า
สรุป
Kura Sushi เป็นซูชิสายพานที่
- กินสนุก
- ตัวเลือกหลากหลาย
- ระบบดี
- ราคาเป็นมิตร
ถ้าได้มาญี่ปุ่น และอยากกินซูชิแบบไม่ต้องคิดมาก Kura Sushi คือร้านที่แนะนำจริง ๆ